สัมมนาออนไลน์ “Education in Thailand” ทิศทางการศึกษาไทยหลังโควิด

เข้าใจโลกหลังโควิดเพื่อผลักดันการศึกษาอย่างถูกวิธี

การศึกษาเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะหลังจากเกิดการระบาดของโควิดและมีการสนับสนุนให้เรียนออนไลน์ขึ้นมีนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาแล้วหลายคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่บ้านมีฐานะยากจนไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้เนื่องจากขาดอุปกรณ์ในการเรียน บางคนอาจจะมีผู้ใหญ่ใจดีสมทบทุนเรื่องอุปกรณ์ แต่หลายคนกลับไม่มีโอกาสเช่นนี้จึง

ต้องหยุดการเรียนของตนเองแล้วช่วยผู้ปกครองประกอบอาชีพแทน

ในวันที่ 27 กันยายนมีการสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับทิศทางการศึกษาไทยหลายอย่าง ซึ่งมีความน่าสนใจมาก เพราะช่วยให้มองเห็นวิสัยทัศน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและทิศทางการศึกษา รวมถึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อจะสามารถกลับมาเรียนต่อได้ทัน

การศึกษาส่งผลต่ออนาคต

แนวทางการจัดการศึกษาออนไลน์ที่เหมาะควร

การจัดการศึกษาในปัจจุบันจะเน้นเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการเรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งภายในงานวิชาที่มีการแนะนำให้บรรจุในหลักสูตรการศึกษา ได้แก่

  • เรื่องประวัติชนชาติไทย
  • วิเคราะห์สังคมไทยในปัจจุบัน
  • นำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 ทั้ง 4 ด้าน ไปปฏิบัติ
  • สานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • ศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้วางโครงสร้างการศึกษาต้องหารให้เด็กไทยได้เรียนรู้ เพื่อประโยชน์ในชีวิต โดยระบุว่าหลายประเทศให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ซึ่งก่อนการบรรจุก็ต้องมาพิจารณาว่าจริงเท็จประการใด

การปรับเปลี่ยนการศึกษาหลังช่วงโควิด

ประเด็นในส่วนของการปรับเปลี่ยนหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายจะมุ่งเน้นไปที่ประชาคมโลกมากขึ้น มีข้อแนะนำการศึกษาทั้งหมด 7 ข้อ ดังนี้

  • เน้นการคิดและยอมรับความจริง หรือ Mindset ก่อนเปลี่ยน Skill-Set

เป็นหลักการที่เชื่อว่าทัศนคติที่ถูกต้องมีความสำคัญการมีทักษะที่หาตัวจับได้ยาก เพราะการมองโลกตามความเป็นจริงจะช่วยให้สามารถปรับตัวได้

  • เปลี่ยนจาก My School is My World สู่ My World is My School

ความคิดที่ยึดโยงกับโรงเรียน ใช้โรงเรียนเป็นสถานที่หนึ่งเดียวในการหาความรู้จะต้องหมดไป เน้นการหาองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยมีโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ในการหาคำตอบ

  • จาก Basic Academic Disciplines สู่ Personalized Education

เริ่มมองหาความชอบเฉพาะของตนเอง ปรับเปลี่ยนจากการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ต้องเรียนทุกอย่างตามที่กำหนดเป็นการแสวงหาความรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษแทน

  • ครูต้องเป็นทุกอย่าง

จากเดิมครูจะมีบทบาทเป็นผู้สอนและนักเรียนจะต้องให้ความยำเกรงเปลี่ยนเป็นครูเป็นได้ทุกอย่าง เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดกับนักเรียน

  • 3-Stage Life สู่ Multi-Stage Life

การเรียนรู้ตลอดชีวิต จากเดิมชีวิตคนเราจะมีช่วงวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่และวัยชราสำหรับเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นเรียนรู้ในทุกช่วงของชีวิตแทน

  • เน้นการศึกษาแบบ Hybrid Education

การศึกษาแบบผสมสานทั้งการศึกษาแบบ On Site และการศึกษาแบบ Online ควบคู่ไปกับการเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองทำด้วยตนเอง

  • เน้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

แรงงานมนุษย์จะลดน้อยลง แล้วมีการใช้งานปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น การเรียนรู้หลากหลายทักษะเพื่อการเอาตัวรอดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

การศึกษาทำให้หลายคนมีความหวัง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้หลายคนหมดหวัง น่าเสียดายที่ไม่เคยประกันสุขภาพการศึกษาที่ถ้าเจ็บหนักแล้วอย่างน้อยยังมีแนวทางรักษา ผูที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาจึงต้องวัดดวงความเสี่ยงกันเองว่าการศึกษาในอนาคตจะนำเราไปในทิศทางไหน ซึ่งผู้วางโครงสร้างการศึกษามีส่วนอย่างมากในเรื่องนี้

ข้อมูลจาก Thai Post

Leave a Reply

Your email address will not be published.